• slide-3


หน้าแรก / สังคมสัมมาชีพ / “สามพรานโมเดล” ผู้ปลูก-ผู้บริโภค คือครอบครัวเดียวกัน

“สามพรานโมเดล” ผู้ปลูก-ผู้บริโภค คือครอบครัวเดียวกัน

โดย Admin / 27.11.2560

          ในปี 2553 “สวนสามพราน”เริ่มสนับสนุนให้เกษตรกรในนครปฐมและจังหวัดข้างเคียงหันมาทำเกษตรอินทรีย์ภายใต้โครงการ” สามพรานโมเดล” ซึ่งขับเคลื่อนโดย”มูลนิธิสังคมสุขใจ” ด้วยทุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และสำนักงานกองทุน- สนับสนุนการวิจัย (สกว.) ได้รวมกลุ่มเครือข่ายเพื่อสร้างสัมพันธ์รูปแบบใหม่ และสร้างห่วงโซ่ใหม่ๆระหว่าง”ผู้ปลูก”กับ”ผู้บริโภค”บนฐานการค้าที่เป็นธรรม โดยเริ่มจากคำสามคำคือ”อยากกินดี”ในอดีตเกษตรกรส่วนใหญ่ขายผลผลิตผ่านพ่อค้าคนกลางซึ่งเป็นผู้กำหนดราคา ในขณะเดียวกัน เกษตรกรไม่สามารถควบคุมต้นทุนที่สูงขึ้นตามราคาสารเคมีได้ ทำให้มีปัญหาหนี้สินเพิ่มขึ้น สุขภาพ และสิ่งแวดล้อมก็เสื่อมโทรมลง เกษตรกรส่วนใหญ่ติดอยู่ในวงจรแบบนี้มาทั้งชีวิตซึ่งถ้า 35% ของประชากรไทยคือเกษตรกร นี่ก็คือปัญหาใหญ่ด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประเทศสามพรานโมเดล จะหาช่องทางการตลาดใหม่ๆ ให้กับเกษตรกร เป็นการเชื่อมตรง ระหว่างผู้ผลิตกับผู้บริโภคผ่านห่วงโซ่คุณค่าเกษตรอินทรีย์โครงการนี้เริ่มต้นจากทางโรงแรมได้เชิญเกษตรกรจำนวน 70 คนเข้ามาพูดคุยและทำข้อตกลงร่วมกันว่า โรงแรมจะรับซื้อผลิตผลโดยตรงจากเกษตรกรในราคาเดียวกับที่ซื้อจากพ่อค้าคนกลาง นั่นเท่ากับเกษตรกรจะขายได้ราคาสูงขึ้นจากที่เคยขายให้พ่อค้าคนกลางอย่างน้อยหนึ่งเท่าตัว แต่มีข้อแม้ว่า ‘ห้ามเกษตรกรใช้สารเคมี’ ผลจากความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนอกจากเกษตรกรจะขายสินค้าในราคาที่สูงขึ้นกว่าเดิม  สุขภาพของเกษตรกรก็ดีขึ้นที่สำคัญต้นทุนของเกษตรกรลดลงถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นสามารถปลดหนี้ได้ อย่างไรก็ตามสิ่งที่ยังเป็นปัญหาใหญ่สำหรับเกษตรกรอยู่คือเรื่องของช่องทางการตลาดดังนั้น‘สามพรานโมเดล ’ จึงทำหน้าที่เชื่อมตลาดให้กับเกษตรกรโดยมีรูปแบบการทำงานที่หลากหลายช่องทางดังนี้กระบวนการทำงานเริ่มตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ซึ่งปลายน้ำก็คือ”การท่องเที่ยวแบบยั่งยืน”ด้วยการนำคนกินไปพบคนปลูก รวมถึงการพานักท่องเที่ยวไปดูการปลูกพืชตามฤดูกาลในพื้นที่จริงๆ สอดคล้องกับรูปแบบการท่องเที่ยวในปัจจุบัน นักเดินทางต่างมองหาประสบการณ์ตรงในแบบเที่ยวไปด้วยเรียนรู้ไปด้วยและลงมือทำไปด้วย ขณะที่ทางโรงแรมสามพรานริเวอร์ไซด์ก็ได้ปรับวิธีซื้อวัตถุดิบใหม่จากที่เคยสั่งซื้อของจาก supplier ก็หันมาซื้อโดยตรงกับเกษตรกรผ่านทางไลน์กลุ่มบ้างนัดประชุมบ้างและใช้วิธีเปลี่ยนเมนูของโรงแรมตามผลผลิตในแต่ละฤดูกาล ซึ่งส่งผลให้ครัวของโรงแรมได้วัตถุดิบที่ดีเก็บได้นานรสชาติอร่อย โดยที่ต้นทุนยังคงเท่าเดิมกล่าวได้ว่าช่องทางการตลาดของเกษตรกรในปัจจุบัน มีมากและหลากหลายรูปแบบตั้งแต่ ตลาดสุขใจ ตลาดสุขใจสัญจร โมเดิร์นเทรด สวนสามพราน โรงแรมในกรุงเทพฯ ศูนย์ประชุมและเว็บไซต์ Sookjai Organics  ที่จะใช้เป็น platform เพื่อเชื่อมระหว่างผู้บริโภคกับเกษตรกรทั้งรายใหญ่และรายย่อย‘สามพรานโมเดล’ยังช่วยพัฒนาเกษตรอินทรีย์และยกระดับเกษตรกรสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ แก้ปัญหาชาวนาถูกเอารัดเอาเปรียบโดยพ่อค้าคนกลาง ซึ่งผลที่ตามมาคือผู้บริโภคได้กินอาหารดี มีคุณภาพ ปลอดภัย ราคาไม่แพง โรงแรมไม่ได้แค่อุดหนุนเกษตรกรเท่านั้นยังได้ผลผลิตเกษตรอินทรีย์ชั้นดีเพื่อปรุงอาหารให้กับลูกค้าของโรงแรม อีกทั้งการติดต่อกันอย่างใกล้ชิดระหว่างพ่อครัวกับเกษตรกรทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนเมนูตามผลผลิตในแต่ละฤดูกาลกลายเป็นประโยชน์และความสำเร็จร่วมกัน

       นอกจากนี้ทางโครงการยังแนะนำเกษตรกรให้รู้จักกับโรงแรมใหญ่ๆ เพื่อเชื่อมสายสัมพันธ์ ปัจจุบันมีโรงแรม 19 แห่ง และศูนย์ประชุม 3 แห่ง ที่เข้าร่วมโครงการ Farm to Function โดยซื้อผลผลิตจากเกษตรกรโดยตรงปัจจุบัน สามพรานโมเดลขับเคลื่อนเกษตรกรถึง 11 กลุ่ม โดยใช้กติกา ‘ระบบชุมชนรับรองแบบมีส่วนร่วม’ (Participatory Guarantee Systems: PGS)  ซึ่งหมายถึงการรับรองโดยองค์กรผู้ผลิต อันเป็นวิธีที่ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของเกษตรกรในระบบการตรวจรับรองมากกว่าวิธีอื่นการรับรองนี้อิงกับมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ของ IFOAM (International Federation of Organic Agriculture อาจจะกล่าวได้ว่าสามพรานโมเดลเป็นกิจการที่มุ่งเน้นให้ทุกส่วนหันกลับมาทบทวนบทบาทของตัวเองในการแก้ปัญหาสังคม โดยมีการพบปะกันทุกเดือน เพื่อให้เกษตรกรรายใหม่ได้เรียนรู้จากผู้มาก่อน โดยมีเจ้าหน้าที่ส่งเสริมของโครงการออกตรวจเยี่ยมแปลงพร้อมให้คำแนะนำแก่เกษตรกรในระหว่างการปรับเปลี่ยนอย่างสม่ำเสมอเกษตรกรรายใหม่ที่สนใจการทำเกษตรอินทรีย์สามารถเข้าร่วมกลุ่มกับเครือข่ายเกษตรกรของโครงการได้ นอกจากการเพาะปลูก แล้วยังมีส่วนร่วมในการวางแผนการผลิต การจัดการหลังการเก็บเกี่ยว การขนส่ง การแปรรูป และการตลาด ถือเป็นรูปแบบการดำเนินธุรกิจที่เกษตรกรสามารถพึ่งพาตัวเองได้ นอกจากนี้ทางโครงการ ได้ร่วมมือกับหน่วยงานของภาครัฐ มหาวิทยาลัย และเอกชน ในการขับเคลื่อนโครงการ อาทิ งานวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ การเปิดศูนย์กระจายสินค้าอินทรีย์ร่วมกับกรมการค้าภายในการจัดทำระบบการรับรองแบบ มีส่วนร่วมกับกรมพัฒนาที่ดินและโครงการ Farm to Functions ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) ในการสนับสนุนการซื้อข้าวอินทรีย์จากเกษตรกรโดยตรง

       สามพรานโมเดลจึงเป็นแบบอย่างของการทำกิจการเพื่อสังคมไม่ใช่แค่เพียงธุรกิจที่มุ่งทำกำไรสูงสุด แต่เป็นกิจการที่มุ่งเน้นให้ทุกส่วนหันกลับมาทบทวนบทบาทของตัวเองในการแก้ปัญหาสังคมไปด้วยกันโครงการนี้ดำเนินงานมาแล้ว 6 ปีเต็ม แม้จะจำหน่ายผลผลิตในราคามิตรภาพแต่กลับมียอดขายในปีล่าสุดสูงถึง 31 ล้านบาท ซึ่งเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นความสำเร็จของโครงการ

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
http://sampranmodel.com/






สังคมสัมมาชีพล่าสุด


อุดหนุนสินค้าชุมชนเป็น”ของขวัญเพื่อสังคม”

โดย Admin / 12 ธ.ค. 2560

เขียนโดยนายทวี มีเงิน บรรณาธิการเว็บไซต์มูลนิธิสัมมาชีพ...

ดร.สมฤดี ระบุแบรนด์ที่ดีต้อง “หยุดหัวใจ”ลูกค้า

โดย ดร.สมฤดี ศรีจรรยา / 12 ธ.ค. 2560

โดยดร.สมฤดี ศรีจรรยา...

ปฏิทินเดือนธันวาคม

โดย Admin / 01 ธ.ค. 2560

ปฏิทินเดือนธันวาคม 2560...

ลดหย่อนภาษี กระตุ้น”ท่องเที่ยวชุมชน “..อย่าให้ได้ไม่คุ้มเสีย

โดย ทวี มีเงิน / 28 พ.ย. 2560

เขียนโดยนายทวี มีเงิน บรรณาธิการเว็บไซต์มูลนิธิสัมมาชีพ ...